วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

แนะนำหนังสือสำหรับมือใหม่หัดเล่นหุ้น

สวัสดีครับทุกท่าน
ไม่ได้เข้ามา update ในเวปนี้ซะนานเลย พอดีกำลังจะย้าย blog ทั้งหมดไปที่ multiply แต่ว่ายังย้ายไม่ได้ ติดปัญหาทางเทคนิคนิดหน่อย เอาเป็นว่า update ที่นี่ไปก่อนแล้วกันนะครับ

มาเข้าเรื่องกันเลย ผมได้รับคำถามจากน้องๆ ว่า ถ้าอยากเล่นหุ้นจะแนะนำหนังสืออะไรให้เค้าอ่านบ้าง ผมก็เลยไปเลือกหนังสือที่เกี่ยวกับหุ้นมากองเรียงกันแล้วเลือกๆออกมา (พึ่งรู้ตัวว่าผมซื้อหนังสือเกี่ยวกับหุ้นมาเยอะมากขนาดนี้เลยหรอเนี่ยะ สูงกว่าหัว iQ อีก) ผมก็เลยขอถือโอกาสตอบน้องเค้าใน blog นี้เลยนะครับ

ผมเคยเขียนบทความไว้ว่า ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น เราต้องมี 3 E ขอนำมาเกริ่นให้ฟังอีกรอบก่อนแล้วกันนะครับจะได้เห็นภาพว่าเราต้องทำอะไรบ้าง
E แรก คือ Education - มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุน ต้องศึกษาหาความรู้หลายอย่าง ซึ่งไม่ได้ยากเกินไปถ้าเราสนใจและตั้งใจจริงๆ

E ที่สอง คือ Experience - มีประสบการณ์เพราะว่าลำพังแค่ความรู้เชิงวิชาการไม่สามารถทำให้เราเข้าใจได้ทั้งหมด เราจะได้มาเรียนรู้หลายๆบทเรียนจากประสบการณ์จริงในตลาด

E สุดท้าย คือ Excessive Money - มีเงินลงทุนที่มากเพียงพอที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ ถ้าเรามีแค่ 2 E เราจะเกิดอาการทรมาณจิตใจตอนที่เราหาหุ้นที่ใช่เจอ แต่เราซื้อได้น้อย หรือ ไม่มีตังค์ซื้อ ทำให้กำไรที่ได้ไม่คุ้มกับเวลาที่เราเสียไปในการติดตามและคัดเลือกหุ้น


สำหรับคำถามที่ผมได้รับ ผมถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ถูกต้อง เพราะว่าเริ่มต้นที่ E ตัวแรกก่อนแล้วค่อยๆพัฒนา E ตัวถัดๆไป


ผมเองรู้สึกว่าผมโชคดีที่เริ่มต้นแบบถูกที่ถูกทาง เพราะว่าผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ แล้วได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งโดยบังเอิญ อ่านแล้วชอบมากๆเลย รู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่ใช่ ทำให้ตั้งแต่นั้นมาผมสนใจอ่านหนังสือเรื่องหุ้นมาตลอด หนังสือเล่มนั้นคือ กลยุทย์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ชื่อภาษาอังกฤษว่า Value Investing Made Easy เป็นการอธิบายหลักการลงทุนของ เบนจามิน เกรแฮม ซึ่งเป็นอาจารย์ของ วอร์เรน บัฟเฟต เซียนหุ้นมือ1 ของโลก ทำให้ผมรู้จักการเล่นหุ้นสไตล์ Value ก่อน สไตล์ Technical ซึ่งเป็นการปกป้องตัวผมเองจากตลาดได้มากเลยทีเดียว และทำให้การทำเงินในตลาดหุ้นในมุมของของผม Make Sense ใช้ได้ คุ้มค่าที่จะลองศึกษาดู หนังสือเล่มที่สองที่ได้อ่านแล้วชอบก็คือ จิตวิทยาการลงทุน ชื่อภาษาอังกฤษว่า The Psychology of Investing อธิบายให้ผมได้รู้เท่าทัน สภาพจิตใจ และอารมย์ของตัวเอง ซึ่งทำให้เข้าใจตนเอง รู้เท่าทันความคิดของตนเอง ทำให้ผม "นิ่ง" ไม่ตื่นตกใจ ซื้อๆขายๆ ไปตามสภาวะการณ์ต่างๆ ส่วนหนังสือเล่มที่สามที่จะแนะนำคือ ไขความลับสมองเงินล้าน ชื่อภาษาอังกฤษว่า Secrets of the Millionaire Mind อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกับหุ้นสักเท่าไหร่ แต่เกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆทำให้เรากล้าที่จะรวย และไม่ได้เกลียดความรวยเพราะความเข้าใจผิดอีกต่อไป สำหรับใครที่คิดว่าตัวเองไม่ได้เกลียดชังความรวยก็อาจจะข้ามเล่มนี้ไปได้ครับ


ผมแนะนำแค่ 3 เล่มก่อนนะครับ ไม่อยากให้หนักเกินไป แล้วจะมาเล่าเล่มอื่นๆให้ฟังอีกทีนะครับ ส่วนหนังสือ Rich Dad ทั้งชุดไม่ติดโผเลย ทั้งๆเป็นชุดที่ผมชอบมากๆ เพราะว่าผมกำลังคุยเรื่องหุ้นอยู่น่ะครับ Kiyosaki อาจจะไม่ได้ให้คำแนะนำที่ดีสักเท่าไหร่สำหรับการเล่นหุ้น แต่เค้าก็ได้วาง concept การเล่นหุ้นให้ผมดีมากๆทีเดียว ไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกทีเช่นกันนะครับ


1.กลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ( Value Investing Made Easy ) โดย Janet Lowe แปลโดย พรชัย รัตนนนทชัยสุข ISBN 974-91597-0-5

2.จิตวิทยาการลงทุน (The Psychology of Investing ) โดย John R. Nofsinger แปลโดย พรชัย รัตนนนทชัยสุข ISBN 974-92665-8-7

3.ไขความลับสมองเงินล้าน ( Secrets of the Millionaire Mind ) โดย T. Harv Eker แปลโดย พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ และ บุญศรี ศรีบุญรัตนชัย ISBN 974-93711-4-3

จริงๆมีอีกเล่มหนึ่งคือ The Intelligent Investor แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนังสือในตำนานของ Value Investor เลย แต่ว่าผมยังอ่านไม่จบเลยยังไม่อยากเอามารวมในนี้นะครับ อ้อ สำหรับใครที่ชอบอ่านเป็นตอนๆ สั้นๆ ก็แนะนำ หนังสือทุกเล่มของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เลยนะครับ
หนังสือแนว Value Investor ทำให้ผมเข้าใจว่า ตลาดหุ้น ไม่ใช่บ่อนการพนันเหมือนที่ใครๆเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่ประมาณปี 2540 เป็นต้นมา ผู้ซึ่งเคยได้ยินเรื่องราวในช่วงตลาดหุ้นเมืองไทยตกต่ำ นักลงทุนหลายคนฆ่าตัวตาย เป็นเหมือนฝันร้ายฝังหัวหลายๆคนว่า หุ้น คือ ความเสี่ยง ต้อง ควรหลีกเลี่ยงให้ไกล พอๆกับยาเสพติดเลยทีเดียว
ขอให้เริ่มต้นให้ถูก แล้วอดทนเดินจนถึงปลายทางฝั่งฝันนะครับ ถนนสายนี้ไม่หมูแต่ปลายทางคุ้มค่าครับ

1 ความคิดเห็น:

Tom กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ